**************************************

เกริ่นนำซักเล็กน้อย :5478 

จากหัวข้อที่แล้วทุกท่านคงจะได้ทราบความไม่ธรรมดาของพี่แขกซึ่งท่านจะไม่มีโอกาสได้เห็นถ้าท่านไม่ได้ลองมาเหยียบอินตะระเดีย แดนสุขาวดีของคนหนวด ตัวดำ และ เจ้าเล่ห์กวนตรีน?... 

ประเทศเขาชิลมากกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก เอาจริงๆถ้าท่านเป็นคนที่ชอบทำตัวง่ายๆสบายๆ ไม่ต้องการความศรีวิไลมากผมว่าท่านน่าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข(ละมั้ง?) อย่างน้อยบ้านเมืองเขาก็ไม่มีกฏบ้าๆที่ทำให้ฟอเรนเนอร์อย่างเราต้องมานั่งปวดหัว แบบบางประเทศแถบเอเชียตะวันออกกลาง หรือ โซนแถวแอฟริกัน(?) 

เพื่อไม่ให้เสียเวลา.. วันนี้ผมก็จะมาเล่าเกี่ยวกับแขก(แหงอยู่แล้ว!) คราวนี้จะมันสุดยอด หรือ เมพขิงๆขนาดไหน ไปดู~~!!

:086c 

*************************************** 
TIP ควรรู้ก่อนอ่าน 

- 90 สตางค์ = 1 รูปี
- ฮินดี มาลาตี มาเรียลัม ทมิฬ อิงลิช และอีกมากมาย เหล่านี้คือภาษาที่แขกมันพูดกันครับบางคนพูดได้หมดบางคนก็ได้แค่บางภาษา
- เรื่องที่เขียนนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ประสบมาล้วนๆ ทัศนคติ มุมมองและความคิดเห็นต่างๆ ล้วนเป็นของผมทั้งสิ้น 
- เรื่องที่เขียนนี้ถ้าไปเหยียบเซ่งจี๊ใครเขา ทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
- ถ้าท่านอยากจะรู้ว่าเรื่องที่ผมเล่านี้มันจริงหรือเท็จ กรุณาซื้อตั๋วมาดูเอง ผมจะยอมเป็นไกด์นำพาให้(ไม่ฟรีนะ..)
- ที่เขียนนี่เพราะอยากให้ทุกท่านรู้ทันเกมแขก ไม่ใช่เพราะอยากจะโจมตีแขกแต่อย่างใด

***************************************

เรื่องแรกว่าด้วยอุบาย108พันเก้ากับลูกเล่นอีก99ตลบของคนแขกซึ่งเวลามันเห็นชาวต่างชาติอย่างเรามันก็อดไม่ด๊ายยย~!!! ที่จะโกงเราด้วยอุบายระดับเทพที่แม้แต่ขงเบ้งยอดกุนซือยังต้องยกนิ้วซูฮกให้(เว่อไปละ- - ) โดยในกลุ่มของพวกมันจะมีการแข่งกันว่าใครจะขูดเลือดเอาเงินจากชาวต่างชาติมาได้มากที่สุด คนที่ได้มากที่สุดจะได้รับเงิน(โบนัท?)จากคนที่หามาได้น้อยกว่า แต่ก็ต้องเลี้ยงข้าวให้คนอื่น(อ่าว..)เด๋วตรงนี้จะเล่าให้ฟังภายหลัง เอาจริงๆยิ่งถ้าเราไม่รู้ภาษาฮินดี หรือ มาลาตี ด้วยแล้วไซร้ ท่านอาจจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกมันได้โดยง่าย.... 

ยานพาหนะแต่ละอย่างมีความน่ากลัวที่แตกต่างกันออกไป พาหนะที่แขกใช้เวลาไปไหนไม่ไกลจากบ้านมากจะมี..

รถเมย์(bus): ระดับความน่ากลัว 2/10 

- อันรถเมย์ถึงแม้จะเสียเงินแต่เพียงเล็กน้อย ทว่าในอินเดียอันรถเมย์ซึ่งเหม็นสาบไปด้วยกลิ่นแขกอาจนำมาซึ่งความสูญเสียทางด้านทรัพย์สิน(ไม่เกิน10รูปี) แต่หารู้ไม่ว่าความน่ากลัวมันไม่ได้อยู่ที่การเสียเงินเพราะต่อให้คุณนั่้งไปจนสุดสายยังไงก็จ่ายไม่เกิน 15 รูอะ แต่ความน่ากลัวมันอยู่ที่ถ้าเราไม่รู้ป้าย แล้วเราถามแขก แขกมันจะกวนตรีนหลอกให้เราลงผิดป้าย วันนั้นจ่ายไป7รู นั่งจากบ้านจะไปลงที่ย่านศูนย์การค้า ผมถามกระเป๋ารถเมย์ไปว่าที่นี่ใช่ป้ายที่ผมจะลงหรือไม่(พูดฮินดีนะเฟ้ย!) แขกมันก็บอกว่า " HA HA " ไม่ใช่ว่ามันหัวเราะนะครับ เวลาแขกพูดคำว่า HA หมายถึง ใช่(yes)ในภาษาฮินดี แล้วผมก็สั่นกระดิ่งเพื่อที่จะให้เขาจอดพอลงมาแล้วผู้โดยสารคนนึงมันก็ตะโกนบอกผมว่า

ไอ้น้อง!!.. ที่นี่ไม่ใช่ป้ายที่น้องจะลงนะ ต้องเดินไปอีกสองป้ายรถเมย์ :051 

อ๊าววว!!!.. ไอ้ #_(I%#R-4fk :076 แล้วแมร่งจะเจือกบอกให้กุลงป้ายนี้ทำไมแว้ แล้วกุก็เห็นผู้โดยสารคนอื่นแม่งหัวเราะ HA HAใส่กุ แล้วแม่งก็แท๊กมือกับกระเป๋ารถเมย์ประมาณว่า หลอกควายครั้งนี้สำเร็จอีกแล้ว!! -*- หลังจากนั้นผมก็เลิกขึ้นรถเมย์แขกไปเลย....

ปล.แสดงว่าที่มันพูด HA HA ใส่กุนี่แสดงว่ามันหัวเราะกุใช่ม๊ายยย~!! :006 

ซิกซี๊ดเตอร์(Zigzeeter) : ระดับความน่ากลัว 5/10

- ลักษณะก็คล้ายๆกับตุ๊กๆรวมร่างกับสองแถว กล่าวคือมีสามล้อ ตัวรถสีเหลือง-ดำ จะแตกต่างกับสองแถวตรงที่ขึ้นจากด้านข้างไม่ใช่จากท้ายรถ ที่น้อยกว่า และแคบกว่าครึ่งนึง เวลานั่งเบียดกับแขก โอ้!กลิ่นมันช่างดีจริงๆเลยจอร์จจจ~~!! :063 ผมอยากให้ทุกท่านนึกถึงภาพของคนประมาณ7-8คน(บางทีสิบ)ไปอัดกระจุกกันอยู่ในรถขนาดประมาณตุ๊กๆของบ้านเรา แถมได้สูดดมกลิ่นอันหอมหวนนุ่มละมุน กลิ่นเครื่องเทศ กับกลิ่นเหงื่อกลิ่นกายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว อุ....อ๊อกกก~!! :063 :063 

ปล.แต่ถ้าเป็นสาวสวยนี่จะไม่ว่าอะไรเลยนะ... ผมละใคร่อยากสูดดม :022 
ปล2. ค่าโดยสารถู๊กถูก 7รูปีเอง ก็อย่างว่าล่ะนะของมันถูกนิ - - 

ลิ๊กชอร์/ออโต้ (Likshaw/Auto): ระดับความน่ากลัว 8/10

- ในเมืองที่ผมอยู่นี่ไม่มี Taxi เพราะถือว่าเป็นเมืองที่บ้านนอกในระดับนึง(แต่ไม่ถึงขนาดฮินามิซาว่า)ก็ยังพอมีแหล่งเจริญบ้าง ในบางครั้งเราต้องการจะไปในที่ๆรถเมย์ไม่ผ่าน หรือ รู้ชื่อแต่ไม่รู้เส้นทางเราก็จะโบกเรียก ลิกชอร์(แขกบางคนเรียก ออโต้) ลักษณะของมันก็แบบตุ๊กๆบ้านเราเลย แขกมันไปก๊อปมา แต่ตัวรถก็สีเหลือง-ดำเหมือนซิ๊กซี๊ด มีสามล้อ ไม่มีเกียร์ถอยหลัง - -* ไอ้ออโต้นี้แหละ..คือความน่าสะพรึงกลัวระดับที่ท่านไม่เคยจะได้สัมผัสมันมาก่อน โดยแขกที่ขับออโต้เนี่ยหล่ะแมร่งกระหายเงินยิ่งกว่านักการเมืองซะอีก ทั้งๆที่มันก็มีมิเตอร์มันก็ยังจะโกงเราด้วยวิธีดังต่อไปนี้...

1.) ถ้าคุณเป็นคนไม่ช่างสังเกต คุณจะเสร็จลูกเล่นนี้โดยแขกมันจะหมุนหน้าปัดมิเตอร์แล้วมิเตอร์มันก็จะเริ่มคิดเงิน โดยที่มิเตอร์แสดงมันไม่ใช่จำนวนเงินแต่อย่างใดแต่เป็นระยะทาง(ไม่ชัวร์นะ) ถ้าเราไม่สังเกตดูตอนแขกมันหมุดหน้าปัดมันจะแอบหมุนสองครั้ง(อาจมีลูกเล่นอื่นๆอีกที่ผมยังไม่รู้) ทำให้ค่ามิเตอร์มันพุ่งพรวดเร็วขึ้น สังเกตได้ตอนรถวิ่งมันจะขึ้นแบบเป็นวินาทีเลย เพราะฉะนั้นต้องสังเกตให้ดีห้ามละสายตาเด็ดขาด

2.) ถ้าถามว่าในเมื่อมิเตอร์มันบอกระยะทางไม่ใช่ราคาแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าระยะทางเท่านี้ จะต้องจ่ายเท่าไร.. ง่ายมากครับแค่ไปซื้อใบชาร์จบอกราคามาจากร้าน ในใบมันก็จะมีบอกราคา/ค่ามิเตอร์ครับ ราคา20รูปี ไม่เหมือนTaxiบ้านเราที่จะมีแขวนบอกตรงหลังเบาะคนขับอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่มีใบเจอแขกโกงอยุ่แล้วครับไม่ต้องสงสัยเลย

3.) ต่อให้คุณมีทั้งข้อหนึ่ง และข้อสองแต่ถ้าคุณไม่รู้จักเส้นทางที่จะไป คุณเสร็จแน่~!!! แขกมันจะชอบลองภูมิถามเราว่าเลี้ยวซ้ายใช่มั๊ย? ตรงรึเปล่า? ไปต่อยังไง..? จริงๆมันรู้ครับแต่มันจะถามลองภูมิเราว่าเรารู้ทางมั๊ย? ถ้าไม่รู้นี่เจอมันขับพาวนรอบเมืองค่ามิเตอร์พุ่งกระจาย ไอ้พวกนี้มันฉลาดครับเส้นทางลัด ทางยาว กุรู้หมดแต่กุจะเอาเงินจากเมิงกุนั่งขับนานก็ไม่เป็นไร บางคนแมร่งรู้ทางแต่มันก็แกล้งพาเรามาผิดที่ กวนตรีนหม่ะ...

ไอ้พวกคนขับออโต้นี่แหละที่มันแข่งกันว่าใครจะหาเงินมาได้มากกว่ากันโดยเฉพาะยิ่งตอนกลางคืนนะ แมร่งสูบเลือดสูบเนื้อกุซะยิ่งกว่าผีดูดเลือดซะอีก แมร่งคิดราคาตั้ง2-3เท่าจากราคาปกติซึ่งมันก็เกินร้อยอยู่แล้ว ถามว่าทำไมคิดเยอะจัง มันก็บอกว่า

"ก็นี่มันตอนกลางคืนนี่เพ่ หลังสองทุ่มแล้ว..!!" *0*

อ๋อ.!! เหรอ.. กลางคืนแล้วแมร่งเกี่ยวSheerอะไรกะค่าโดยสารแว้~!! พวกเมิงเป็นไนต์สต๊อกเกอร์เหรอ?~ แมร่งกะจะเอาให้กุไปเป็นขอทานเลยใช่มั๊ย? คิดเอาง่ายๆเลยตอนกลางคืนสมมุติว่านั่งจากสยามโอเชี่ยนเวิลไปเซนทรัลเวิล ระยะทางแค่นี้มันยังคิดกุตั้ง 160 รูปี สุดตรีนม่ะ... แมร่งได้เงินจากต่างชาติอย่างกุแล้วก็เอาเงินไปซื้อเหล้าแดรกกันอย่างสนุกสนาน.. เอาไปดิ้นกันในผับไอ้แสรดดด~ 

บางครั้งนี่แมร่งโกงได้แบบกวนตรีนมาก ผมถามว่าไม่โกงนะ..ไม่ชาร์จเพิ่มนะ..แมร่งบอก NO!! NO no.... พอมาถึงที่หมายแมร่งจะเอาเพิ่มอีกเท่านึงมันบอกว่าค่ากลับไปที่ที่คุณนั่งมา..โอโห้!! แมร่งไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่ามันดีด่ามันเป็นอิงลิชแมร่งเข้าใจนี่ถ้ากุพูดฮินดีได้นะ เราได้ด่าจนตายกันไปข้างนึงอะ... สุดท้ายก็มีแขกมาช่วยเลยรอดตัวไป - -"

นี่แหละคือ trouble of tourist in India :0111 

ดังนั้นถ้าท่านจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ ผมแนะนำว่าท่านควรจะซื้อ มอไซด์ เป็นดีที่สุด ชาวต่างชาติทุกคนที่มาที่อินเดียต่างก็ยอมเสียเงินซื้อมอไซด์ในราคาอย่างต่ำสุดก็ 7000รูปี ของมือสองแต่ท่านต้องดูเป็นนะ ไม่ใช่ว่าเอาซักแต่ว่าถูกซื้อมาปุ๊ปขับออกจากร้านไม่ถึง500เมตร ล้อหลุด ฝาน้ำมันรั่ว เบรกเจ๊ง.. (ตายสถานเดียวครับ) มือสองบางคันสภาพแมร่งยังกะขับผ่านกลางสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สอง เบาะเบอะฉีกขาดหมด กระจกหน้าปัดแตก ยางรั่ว คัชหลุด หน้าปัดเจ๊ง(อันนี้ใครจะซื้อวะ?..) แต่ท่านสามารถให้เขาทำให้ใหม่ได้โดยจ่ายเพิ่มไปอีก 2200รูปี(กรณีของผม) ค่าโมดิฟายให้มันดูเหมืิิอนรถมือสองยิ่งขึ้น เป็นไงหัวเสหม่ะ - -" ตอนหลังทำมาซะดีเลยดีแบบอินเดียผมคงไม่ต้องสาธยายนะ - -"

แล้วผมก็ถามเขาว่า " อ่าว!!..แล้วหมวกกันน๊อกอะครับ เขาไม่แถมมาด้วยหรือ? " 
เจ้าของร้านตอบว่า " อ๋อ!! หมวกกันน๊อกมีครับ คือเราขายแยกต่างหากครับ ใบละ 2000รูปี "

-*- ........

เบ็ดเสร็จตัวรถ 7500 โมดิฟาย 2200 หมวก 1800(ต่อสุดยิดแล้วครับ) น้ำมัน 150 = 10000 กว่า :093

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนตัวดำ มีหนวด กลิ่นตัวเหม็นๆมันเชื่อใจไม่ด๊ายย!:ff14 

แต่ในเมื่อมีแมงกะไชผมก็ไม่ต้องไปเจอ ผีดูดเลือดอีกแล้วเย้~!!!!! :035

แล้วผมก็ยังคงต้องสู้ชีวิตต่อไป....... :058

edit @ 2 Oct 2009 15:53:35 by Menulizz

**********************************

อะ..อะแฮ่ม ฮัลโหลเทส หนึ่ง สอง สาม.. ตอนนี้กระผมได้พำนักอยู่ที่อินเดีย ได้เจอะเจออะไรที่มันแปลกหูแปลกตามามากมาย ไม่ว่าจะสถานที่ ตึก คอนโด ห้องน้ำ ห้องส้วม สลัม ถนนหนทาง รถรา บ้านเมือง วัฒนธรรมประเพณี การแต่งกาย และ อื่นๆอีกมากมาย..... ผมคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์เผื่อคนรุ่นหลังที่ต้องการจะมาเที่ยว หรือเรียนต่อที่นี่จะได้ไม่ เอ๋อ..แดรกเหมือนผม และ จะได้ทำใจยอมรับกับพฤติกรรมของคนแขกซึ่งไม่ค่อยจะน่าพิสมัยเท่าใดนัก รวมไปถึงสภาพบ้านเมืองของเขาด้วย~!

เหอ เหอๆ.....

**********************************

- คนแขกนิยมที่จะถ่มน้ำลายตามพื้นท้องถนน หรือสถานที่อื่นๆที่ไม่ใช่ในตัวอาคาร : จริงๆก็เหมือนกับคนไทยเรานะหล่ะแต่มันต่างกันตรงที่ ถุยกันแบบเรี่ยราดไม่สนใจคนรอบข้างกันเล้ย.. ทั้ง ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก เวลาแขกมันรู้สึกว่ามีเสลดติดคอ พี่แขกแกพ่นตรงนั้นเลยไม่แคร์สายตาชาวบ้าน (เพราะคนอื่นก็ทำเหมือนกัน 5+) กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้เห็นแขกถ่มน้ำลายทีผมไม่รู้สึกอะไรแล้วใครจะพ่นอะไรตรงไหนยังไงช่างหัวเมิง (แต่พ่นใส่ตรูมีเฮ..)

ปล.ตอนนี้ผมก็ชักจะพ่นเรี่ยราดตามแขกแล้วสิ

- คนแขกส่วนมากจะชอบอวดภูมิ : เวลามีคนมาถามทางโดนเฉพาะอย่างยิ่งชาวต่างอย่างเราไปถามนี่ ถึงเขาไม่รู้เขาก็จะทำเป็นอวดรู้แถมฟุตฟิตฟอไฟอิงลิชได้คล่องปรื๋อทำซะเรามั่นใจว่าพี่แกรู้จริง แต่พอไปตามที่ถามมาดันวกกลับมาที่เดิมซะงั้น- -"

บางคนที่พูดอิงไม่ได้นี่พี่แกมักจะบอกแ่่ค่สามคำดังต่อไปนี้ LEFT, RIGHT , STRAIGHT สามคำนี้ฮิตติดชาร์จเวลาถามทางแขก ไปถามเด็กตัวเล็กๆมันยังรู้เรื่องเล้ย~ แต่พวกมันไม่คิดมั่งเลยว่าตูต้องมานั่งขับรถวนถามคนโน้นคนนี่เรื่อยๆ แถมเจือกบอกทางไม่ตรงกันซักคนถ้าเมิงไม่รู้ก็บอกว่า no มาก็ได้กุไม่กัดเมิงหรอก แสรดดด -*-

เดือนที่แล้วไปเที่ยวบังกะลอว์มาไปถามทางแขก เจอแขกโชว์ภูมิ บอกไปตามนี้นะ เออ..ไปถูกจริง ไปโผล่แถบสลัมที่ไหนไม่รู้เจอขอทานตามไล่จี้อีก มันพูดบ้าอะไรของมันก็ไม่รู้ แถมตามตื๊อไม่เลิกยิ่งกว่าเซลล์แมน เซ็งป๊าดดด~ดีนะที่มีแขกมาไล่ให้ไม่งั้น ได้กินบาท(า)ตรูไปหลายบาทแน่(เวลาเจออย่าได้ให้มันไปซักบาทเชียวไม่งั้นท่านจะเห็นฝูงซอมบี้กระหาย(เงิน)มารุมฉีก(กระเป๋า)ท่านเป็นชิ้นๆ)

- เวลาคนแขกทักคนที่ไม่รู้จัก : พวกเขาชอบทักกันว่า " BAIPYA " อ่านว่า ไบป์ย่า(เวลาอ่านออกเสียงให้ออกเสียงป ซักเล็กน้อย และ พูดสำเนียงแขกนิดนึง) ซึ่งคำนี้มันแปลว่า " Brother" อารมณ์ประมาณว่า " นี่ๆ พี่ชาย... " แขกเขาจะชอบมากเวลาเราเรียกเขาแบบนี้ มันคงเป็นมารยาทของการเรียกคนที่ไม่รู้จักชื่อแซ่อย่างนึงละมั้ง..

- เวลาแขกเขาตอบตกลง รับทราบ หรือ บอกว่าใช่แล้ว อืมมม.. : พวกเขาจะมีพฤติกรรมแปลกๆ คือ การส่ายหัว ไม่เหมือนกับส่ายหน้าที่แปลว่า ไม่ นะ แต่คนที่ไปอินเดียใหม่ๆนี่จะสับสนทุกรายว่า" แม่งส่ายหัวนี่ตกลงมันใช่หรือไม่ใช่วะ? "สภาพของแขกเวลาส่ายหัว ผมอยากให้คุณนึกถึงไอ้ตุ๊กตาที่หัวมันส่ายได้ ที่ตรงคอมันเป็นสปริงอะครับ.. ถ้านึกไม่ออกก็ลองไปถามแขกดูเอาละกันนะ

- เกลียดแบงค์พันเข้าใส้ : ตามห้างสรรพสินค้า และ ซุปเปอร์มาเก็ต สองที่นี้ทำตูของขึ้นมาหลายรอบและ วันนั้นผมไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต ผมซื้อของเบ็ดเสร็จราคารวมก็สามร้อยกว่ารูปี ผมให้แบงค์พันเขาไป แขกตอบกลับมาว่า" มีแบงค์ย่อยมั๊ย? ไม่มีทอน " หา!!..เมิงจะบ้าเหรอ ซุปเปอร์บ้าอะไรวะ แค่แบงค์พันมันยังไม่มีถอนลูกค้าก็มากันเต็มร้าน แม่งจ้องหน้ากูประมาณว่า "แสรดแม่งเมือไรเมิงจะไปซักทีวะ?"(แถมพวกแขกเวลามันซื้อของที แม่งซื้อแบบกะจะไม่มาห้างซัก2-3เดือน เวลารอจ่ายตังค์นี่ไม่ต้องพูดถึง 1ชม.15นาทีเคยรอมาแล้ว~! ) แล้วผมก็ลองมองไปที่เคาร์เตอร์ผมเห็นแม่งมีทั้งแบงค์ร้อย ห้าร้อย แบงค์พันแลัวมันจะมาตอแหลใส่ตรูทำไมแว้

* ปล.ตอนหลังไปถามเพื่อนมันบอกว่าแบงค์พันส่วนใหญ่แขกเขาใช้ก็ต่อเมื่อจ่ายของราคาหลักพันอัพเท่านั้น

- แขกบ้าแด้นส์มาก: วันหนึ่งเห็นแขกมันเดินร้องเพลงซะดังลั่นอยู่ข้างทาง แล้วเพื่อนมันก็ดิ้นรูดเสาอยู่ตรงป้ายรถเมย์ แม่เจ้าว้อยย~!! ขอทานบางคนก็ไม่ธรรมดามาแด้นส์โชว์แล้วไล่ขอเงินเก็บค่าดูอีก ยิ่งในผับไม่ต้องพูดถึง มันโดดเหยียบตีนกันยังไม่รู้สึก กุจะแด้นส์อย่างเดียว แขกมันดิ้นกันแบบไม่สนใจห่าเหวอะไรเลย แถมมีเวทีให้คนที่เมาแล้วกล้า ไปโชว์สเตปได้คนละนาทีกว่าๆ สุดยอดด~!!

ปล.ผมเคยไปขึ้นเวทีมาแล้ว ^^

- คนแขกเวลามีเรื่องกันชอบที่จะคุยตกลงกันมากกว่า: โดยจะมีคนที่เป็นกลางมาคอยตัดสินให้แล้ว คนที่ผิดจะถูกคู่กรณีชกซักที สองทีแล้วก็ปล่อยไป วันนั้นไปเจอแขกมันมีเรื่องกันเพราะมันขับมอไซด์ปาดใส่กันแล้วมีคนนึงมันล้มไถลไปกับพื้น คนที่ล้มมันก็ไม่ยอมจะไปอัดคนที่มันขับปาด แต่ก็จะมีแขกมุงมาคอยทำตัวเป็นศาล(เตี้ย)ตัดสินให้ว่าใครถูกใครผิด..

- แขกชอบมุง: เวลามีใครตีกัน อุบัติเหตุ รถชน ไฟไหม้บ้าน บลาๆๆ...เวลาเจอเหตุการณแบบนี้จะมีแขกประมาณไม่ต่ำกว่า50 คนมามุงดู ยิ่งถ้าตามเมืองที่มีคนมาก ผมคิดว่าดงบังมาอินเดียซะอีกแขกมันชอบมุงยิ่งกว่าไทยเรามุง ซะอีกครับแถมถ้าเรื่องไม่จบไม่ยอมแยกย้ายกันกลับบ้านอีกแนะ เหอๆ..

- การขับรถของคนแขก: มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ยิ่งกว่าเล่น Need for Speed ซะอีกพวกแขกมันซิ่ง บีบแตรไล่กันมีแทรกมีเบียด ปาดหน้าทุกอย่าง (ยังไม่เห็นดริฟ)ส่วนมากจะใช้เวลาเดินทางไกลเท่านั้น ไปตามเมืองซิ่งมากไม่ได้มีพ่ออยู่ตามสี่แยกเต็มไปหมด - - แต่ก็ขับกันแบบว่าถ้ามาขับที่เมืองแบบนี้ได้ฆ่ากันตายแน่นอน โดยเฉพาะเล่นขับกันไม่สนเลน เมื่อเห็นช่องว่างตูก็จะำไปแบบนี้มาขับที่แดนสยามเรารับรองได้นองเลือดกันแน่ท่าน

- การดูแลรักษารถ: แขกคิดแค่ว่า " รถกุมีแค่ไว้ขับ " จะโดนชน โดนปาด มีรอยบุบ หรือ กระโปงหลังยุบ แต่ถ้ามันยังขับได้อยู่กุก็ยังไม่ซื้อรถคันใหม่

โอเค..พอกันแค่นี้ก่อนเอาแค่พอหอมปากหอมคอ จริงๆมีมากกว่านี้แต่กลัวขี้เกียจอ่านกัน..


edit @ 20 Sep 2009 17:30:33 by Menulizz

 

    หลังจากผ่านงานสัปดาห์หนังสือมานานมากแล้ว ผมไปเดินตั้งสามวันได้หนังสือกลับมาเพียบ

แต่เงินในกระเป๋ากลับค่อยๆหมดลงไปวันละสามสี่พัน เดินไปแถวหมวดนิวยาย และ ประวัติศาสตร์

สงคราม(พอดีสนใจแนวนี้มาก)ของสำนักพิมพ์มติชนไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งมันช่างเตะตาผมเหลือเกิน

หนังสือที่ว่านั้นก็คือ..!!!

 

 

 

เขียนโดย  Daneil H. Wilson   ภาพประกอบ  Richard Horn  

แปลไทย นพดล เวชสวัสดิ์  สำนักพิมพ์มติชน

ราคา 150 บาท (ราคาตามปกหนังสือ) 

 

   " Daneil H. Wilson ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหุ่นยนต์ ของอเมริกาถึงกับสละ

เวลาเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อให้พวกเรามนุษยชาติได้ตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์

ที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ได้โปรดเก็บไว้เป็นความรู้ประดับหัวของท่าน ไม่แน่ท่านอาจจะเป็น

ผู้รอดชีวิตได้เพียงแค่จากการอ่านหนังสือเล่มเดียว "

 

คำถามของ Daneil ที่โดนใจผมมากก็คือ...

  How do you do when a robot uprising?

   คุณจะทำยังไงถ้าหุ่นยนต์ลุกขึ้นก่อการปฏิวัติ ? 

        มันเหมือนจะเป็นเรื่องไร้สาระแต่ท่านหารู้ไม่ว่า ในปัจจุบันนี้หุ่นยนต์เข้ามามีบทบาทในสังคม

ของมนุษย์มากขึ้นเดี๋ยวนี้เวลาจะทำงานที่มันต้องเสี่ยงอันตราย งานพวกสำรวจทรัพยากรทั้งบนดิน

ใต้ดิน หรือ ใต้ท้องทะเลลึกที่มนุษย์ไม่สามารถจะดำลงไปได้ แม้กระทั้งการทำงานบนกระสวยอวกาศ

เดี๋ยวนี้จะ NASA หรือหน่วยงานอื่นๆเขาก็หยิบเจ้าเศษเหล็กเดินได้นี่มาใช้กันหมดแล้ว เพราะ ไอ้สิ่งที่

เรียกว่าหุ่นนี่่สามารถทำงานได้ในทุกสถานการณ์จะหนาวติดลบกี่องศาเจ้าเศษเหล็กนี่ก็ยังทำงานต่อ

ไปได้ ไม่เหมือนมนุษย์ที่ร่างกายมีขีดจำกัดไม่อาจทนต่อสภาพแวดล้อมได้เท่ากับหุ่นยนต์

 

       มากล่าวถึงเรื่องใกล้ตัวเข้าไปอีก..  เดี๋ยวนี้ก็มีหุ่นยนต์บางประเภทออกมาทำงานอำนวยความ

สบายให้กับมนุษย์ผู้เป็นเจ้าของตามบ้านเรือน หรือแม้แต่หุ่นทำความสะอาดตามสถานที่ราชการ ทุก

ตัวถูกป้อนโปรแกรมให้กำจัดสิ่งสกปรก มันกำจัดสิ่งสกปรกแทบหมดจดแม้กระทั้งเศษไรฝุ่นที่่มนุษย์

มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่สำหรับหุ่นถ้ามันสัมผัสกับก้อนฝุ่นเล็กๆเวลามันเคลื่อนที่มันก็สามารถทำ

ความสะอาดได้โดยอัตโนมัติโดยใช้ตัวเซ็นเซอร์เป็นตัวตรวจจับสิ่งสกปรกตามพื้น ยกตัวอย่างหุ่นยนต์

ถังขยะของมหาวิทยาลัย คาร์เนกี เมลลอน ชื่อ Xavier ถูกผลิตมาเพื่อทำความสะอาดในโรงอาหาร

ของมหาลัย และ จัดระเบียบให้กับนักศึกษาเวลาเข้าแถวซื้อกาแฟ ทำได้แม้กระทั่งโฉบเข้าไปหาผู้ที่ทำ

ท่าจะลัดคิว

 

 

 

    จากที่กล่าวมานี้แม้หุ่นยนต์หลายตัวจะต้องยังอยู่ในการดูแลของเหล่านักวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีบางตัวที่

สามารถนำไปใช้งานได้แล้ว โดยหุ่นยนต์นี้ใช่ว่าจะรูปแบบกระป๋องกระแป๋งเหมือนที่เราเห็นตามทีวีอย่าง

เดียวซะเมื่อไร หุ่นยนต์ทุกตัวล้วนออกแบบมาหลากหลายรูปแบบให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม และ

สะดวกต่อการใช้งานไม่ว่าจะรูปแบบสัตว์ กุ้ง หอย ปู ปลา เขียด งู หรือแม้กระทั่งหุ่นที่มีลักษณะรูปร่างเป็น

มนุษย์(ฮิวมานอย,แอนดรอยด์)

    จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสิ่งมีชีวิตที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่า นอกจากนั้นยังมีสติปัญญาที่

เหนือกว่ามนุษย์ ถึงแม้ตอนนี้หุ่นจะทำได้แต่เรื่องจุกจิกจู้จี้ แต่ใครจะรู้ว่าซักวันมันอาจจะมีสติปัญญาลึกล้ำ

เกินกว่าที่มนุษย์จะหยั่งถึง มันสามารถที่จะสร้างพวกมันได้เองโดยที่ไม่ต้องพึ่งมนุษย์ มันอาจจะสร้าง

กองทัพของมันเองเตรียมพร้อมที่จะล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ คุณจะรอคอยให้วันที่มนุษย์ต้องสูญสิ้นเผ่าพันธุ์มา

ถึงโดยไม่เตรียมการ หรือ ต่อสู้ดิ้นรนเลยรึ?

 

 เพราะฉะนั้น คุณยอมเสีย 150 บาทในวันนี้ เพื่อความดำรงอยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์เถอะนะครับ เราคงจะไม่

อยากเห็นจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์แบบในหนังฮอลลีวู้ดหรอกนะครับ

 

Please sacrifice your 150 BATH for save

a human lineage.  

    """""""""""


edit @ 24 Jul 2009 04:24:01 by Menulizz