เรื่องเล่าจากแดนแขก(บทแขกสารพัดพิษ)
posted on 02 Oct 2009 14:44 by menuliz-smเกริ่นนำซักเล็กน้อย
จากหัวข้อที่แล้วทุกท่านคงจะได้ทราบความไม่ธรรมดาของพี่แขกซึ่งท่านจะไม่มีโอกาสได้เห็นถ้าท่านไม่ได้ลองมาเหยียบอินตะระเดีย แดนสุขาวดีของคนหนวด ตัวดำ และ เจ้าเล่ห์กวนตรีน?...
ประเทศเขาชิลมากกว่าที่เราคิดไว้ซะอีก เอาจริงๆถ้าท่านเป็นคนที่ชอบทำตัวง่ายๆสบายๆ ไม่ต้องการความศรีวิไลมากผมว่าท่านน่าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างมีความสุข(ละมั้ง?) อย่างน้อยบ้านเมืองเขาก็ไม่มีกฏบ้าๆที่ทำให้ฟอเรนเนอร์อย่างเราต้องมานั่งปวดหัว แบบบางประเทศแถบเอเชียตะวันออกกลาง หรือ โซนแถวแอฟริกัน(?)
เพื่อไม่ให้เสียเวลา.. วันนี้ผมก็จะมาเล่าเกี่ยวกับแขก(แหงอยู่แล้ว!) คราวนี้จะมันสุดยอด หรือ เมพขิงๆขนาดไหน ไปดู~~!!
***************************************
TIP ควรรู้ก่อนอ่าน
- 90 สตางค์ = 1 รูปี
- ฮินดี มาลาตี มาเรียลัม ทมิฬ อิงลิช และอีกมากมาย เหล่านี้คือภาษาที่แขกมันพูดกันครับบางคนพูดได้หมดบางคนก็ได้แค่บางภาษา
- เรื่องที่เขียนนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ประสบมาล้วนๆ ทัศนคติ มุมมองและความคิดเห็นต่างๆ ล้วนเป็นของผมทั้งสิ้น
- เรื่องที่เขียนนี้ถ้าไปเหยียบเซ่งจี๊ใครเขา ทางเราไม่ขอรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น
- ถ้าท่านอยากจะรู้ว่าเรื่องที่ผมเล่านี้มันจริงหรือเท็จ กรุณาซื้อตั๋วมาดูเอง ผมจะยอมเป็นไกด์นำพาให้(ไม่ฟรีนะ..)
- ที่เขียนนี่เพราะอยากให้ทุกท่านรู้ทันเกมแขก ไม่ใช่เพราะอยากจะโจมตีแขกแต่อย่างใด
***************************************
เรื่องแรกว่าด้วยอุบาย108พันเก้ากับลูกเล่นอีก99ตลบของคนแขกซึ่งเวลามันเห็นชาวต่างชาติอย่างเรามันก็อดไม่ด๊ายยย~!!! ที่จะโกงเราด้วยอุบายระดับเทพที่แม้แต่ขงเบ้งยอดกุนซือยังต้องยกนิ้วซูฮกให้(เว่อไปละ- - ) โดยในกลุ่มของพวกมันจะมีการแข่งกันว่าใครจะขูดเลือดเอาเงินจากชาวต่างชาติมาได้มากที่สุด คนที่ได้มากที่สุดจะได้รับเงิน(โบนัท?)จากคนที่หามาได้น้อยกว่า แต่ก็ต้องเลี้ยงข้าวให้คนอื่น(อ่าว..)เด๋วตรงนี้จะเล่าให้ฟังภายหลัง เอาจริงๆยิ่งถ้าเราไม่รู้ภาษาฮินดี หรือ มาลาตี ด้วยแล้วไซร้ ท่านอาจจะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของพวกมันได้โดยง่าย....
ยานพาหนะแต่ละอย่างมีความน่ากลัวที่แตกต่างกันออกไป พาหนะที่แขกใช้เวลาไปไหนไม่ไกลจากบ้านมากจะมี..
รถเมย์(bus): ระดับความน่ากลัว 2/10
- อันรถเมย์ถึงแม้จะเสียเงินแต่เพียงเล็กน้อย ทว่าในอินเดียอันรถเมย์ซึ่งเหม็นสาบไปด้วยกลิ่นแขกอาจนำมาซึ่งความสูญเสียทางด้านทรัพย์สิน(ไม่เกิน10รูปี) แต่หารู้ไม่ว่าความน่ากลัวมันไม่ได้อยู่ที่การเสียเงินเพราะต่อให้คุณนั่้งไปจนสุดสายยังไงก็จ่ายไม่เกิน 15 รูอะ แต่ความน่ากลัวมันอยู่ที่ถ้าเราไม่รู้ป้าย แล้วเราถามแขก แขกมันจะกวนตรีนหลอกให้เราลงผิดป้าย วันนั้นจ่ายไป7รู นั่งจากบ้านจะไปลงที่ย่านศูนย์การค้า ผมถามกระเป๋ารถเมย์ไปว่าที่นี่ใช่ป้ายที่ผมจะลงหรือไม่(พูดฮินดีนะเฟ้ย!) แขกมันก็บอกว่า " HA HA " ไม่ใช่ว่ามันหัวเราะนะครับ เวลาแขกพูดคำว่า HA หมายถึง ใช่(yes)ในภาษาฮินดี แล้วผมก็สั่นกระดิ่งเพื่อที่จะให้เขาจอดพอลงมาแล้วผู้โดยสารคนนึงมันก็ตะโกนบอกผมว่า
ไอ้น้อง!!.. ที่นี่ไม่ใช่ป้ายที่น้องจะลงนะ ต้องเดินไปอีกสองป้ายรถเมย์
อ๊าววว!!!.. ไอ้ #_(I%#R-4fk
แล้วแมร่งจะเจือกบอกให้กุลงป้ายนี้ทำไมแว้ แล้วกุก็เห็นผู้โดยสารคนอื่นแม่งหัวเราะ HA HAใส่กุ แล้วแม่งก็แท๊กมือกับกระเป๋ารถเมย์ประมาณว่า หลอกควายครั้งนี้สำเร็จอีกแล้ว!! -*- หลังจากนั้นผมก็เลิกขึ้นรถเมย์แขกไปเลย....ปล.แสดงว่าที่มันพูด HA HA ใส่กุนี่แสดงว่ามันหัวเราะกุใช่ม๊ายยย~!!
ซิกซี๊ดเตอร์(Zigzeeter) : ระดับความน่ากลัว 5/10
- ลักษณะก็คล้ายๆกับตุ๊กๆรวมร่างกับสองแถว กล่าวคือมีสามล้อ ตัวรถสีเหลือง-ดำ จะแตกต่างกับสองแถวตรงที่ขึ้นจากด้านข้างไม่ใช่จากท้ายรถ ที่น้อยกว่า และแคบกว่าครึ่งนึง เวลานั่งเบียดกับแขก โอ้!กลิ่นมันช่างดีจริงๆเลยจอร์จจจ~~!!
ผมอยากให้ทุกท่านนึกถึงภาพของคนประมาณ7-8คน(บางทีสิบ)ไปอัดกระจุกกันอยู่ในรถขนาดประมาณตุ๊กๆของบ้านเรา แถมได้สูดดมกลิ่นอันหอมหวนนุ่มละมุน กลิ่นเครื่องเทศ กับกลิ่นเหงื่อกลิ่นกายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว อุ....อ๊อกกก~!!
ปล.แต่ถ้าเป็นสาวสวยนี่จะไม่ว่าอะไรเลยนะ... ผมละใคร่อยากสูดดม
ปล2. ค่าโดยสารถู๊กถูก 7รูปีเอง ก็อย่างว่าล่ะนะของมันถูกนิ - -
ลิ๊กชอร์/ออโต้ (Likshaw/Auto): ระดับความน่ากลัว 8/10
- ในเมืองที่ผมอยู่นี่ไม่มี Taxi เพราะถือว่าเป็นเมืองที่บ้านนอกในระดับนึง(แต่ไม่ถึงขนาดฮินามิซาว่า)ก็ยังพอมีแหล่งเจริญบ้าง ในบางครั้งเราต้องการจะไปในที่ๆรถเมย์ไม่ผ่าน หรือ รู้ชื่อแต่ไม่รู้เส้นทางเราก็จะโบกเรียก ลิกชอร์(แขกบางคนเรียก ออโต้) ลักษณะของมันก็แบบตุ๊กๆบ้านเราเลย แขกมันไปก๊อปมา แต่ตัวรถก็สีเหลือง-ดำเหมือนซิ๊กซี๊ด มีสามล้อ ไม่มีเกียร์ถอยหลัง - -* ไอ้ออโต้นี้แหละ..คือความน่าสะพรึงกลัวระดับที่ท่านไม่เคยจะได้สัมผัสมันมาก่อน โดยแขกที่ขับออโต้เนี่ยหล่ะแมร่งกระหายเงินยิ่งกว่านักการเมืองซะอีก ทั้งๆที่มันก็มีมิเตอร์มันก็ยังจะโกงเราด้วยวิธีดังต่อไปนี้...
1.) ถ้าคุณเป็นคนไม่ช่างสังเกต คุณจะเสร็จลูกเล่นนี้โดยแขกมันจะหมุนหน้าปัดมิเตอร์แล้วมิเตอร์มันก็จะเริ่มคิดเงิน โดยที่มิเตอร์แสดงมันไม่ใช่จำนวนเงินแต่อย่างใดแต่เป็นระยะทาง(ไม่ชัวร์นะ) ถ้าเราไม่สังเกตดูตอนแขกมันหมุดหน้าปัดมันจะแอบหมุนสองครั้ง(อาจมีลูกเล่นอื่นๆอีกที่ผมยังไม่รู้) ทำให้ค่ามิเตอร์มันพุ่งพรวดเร็วขึ้น สังเกตได้ตอนรถวิ่งมันจะขึ้นแบบเป็นวินาทีเลย เพราะฉะนั้นต้องสังเกตให้ดีห้ามละสายตาเด็ดขาด
2.) ถ้าถามว่าในเมื่อมิเตอร์มันบอกระยะทางไม่ใช่ราคาแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าระยะทางเท่านี้ จะต้องจ่ายเท่าไร.. ง่ายมากครับแค่ไปซื้อใบชาร์จบอกราคามาจากร้าน ในใบมันก็จะมีบอกราคา/ค่ามิเตอร์ครับ ราคา20รูปี ไม่เหมือนTaxiบ้านเราที่จะมีแขวนบอกตรงหลังเบาะคนขับอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่มีใบเจอแขกโกงอยุ่แล้วครับไม่ต้องสงสัยเลย
3.) ต่อให้คุณมีทั้งข้อหนึ่ง และข้อสองแต่ถ้าคุณไม่รู้จักเส้นทางที่จะไป คุณเสร็จแน่~!!! แขกมันจะชอบลองภูมิถามเราว่าเลี้ยวซ้ายใช่มั๊ย? ตรงรึเปล่า? ไปต่อยังไง..? จริงๆมันรู้ครับแต่มันจะถามลองภูมิเราว่าเรารู้ทางมั๊ย? ถ้าไม่รู้นี่เจอมันขับพาวนรอบเมืองค่ามิเตอร์พุ่งกระจาย ไอ้พวกนี้มันฉลาดครับเส้นทางลัด ทางยาว กุรู้หมดแต่กุจะเอาเงินจากเมิงกุนั่งขับนานก็ไม่เป็นไร บางคนแมร่งรู้ทางแต่มันก็แกล้งพาเรามาผิดที่ กวนตรีนหม่ะ...
ไอ้พวกคนขับออโต้นี่แหละที่มันแข่งกันว่าใครจะหาเงินมาได้มากกว่ากันโดยเฉพาะยิ่งตอนกลางคืนนะ แมร่งสูบเลือดสูบเนื้อกุซะยิ่งกว่าผีดูดเลือดซะอีก แมร่งคิดราคาตั้ง2-3เท่าจากราคาปกติซึ่งมันก็เกินร้อยอยู่แล้ว ถามว่าทำไมคิดเยอะจัง มันก็บอกว่า
"ก็นี่มันตอนกลางคืนนี่เพ่ หลังสองทุ่มแล้ว..!!" *0*
อ๋อ.!! เหรอ.. กลางคืนแล้วแมร่งเกี่ยวSheerอะไรกะค่าโดยสารแว้~!! พวกเมิงเป็นไนต์สต๊อกเกอร์เหรอ?~ แมร่งกะจะเอาให้กุไปเป็นขอทานเลยใช่มั๊ย? คิดเอาง่ายๆเลยตอนกลางคืนสมมุติว่านั่งจากสยามโอเชี่ยนเวิลไปเซนทรัลเวิล ระยะทางแค่นี้มันยังคิดกุตั้ง 160 รูปี สุดตรีนม่ะ... แมร่งได้เงินจากต่างชาติอย่างกุแล้วก็เอาเงินไปซื้อเหล้าแดรกกันอย่างสนุกสนาน.. เอาไปดิ้นกันในผับไอ้แสรดดด~
บางครั้งนี่แมร่งโกงได้แบบกวนตรีนมาก ผมถามว่าไม่โกงนะ..ไม่ชาร์จเพิ่มนะ..แมร่งบอก NO!! NO no.... พอมาถึงที่หมายแมร่งจะเอาเพิ่มอีกเท่านึงมันบอกว่าค่ากลับไปที่ที่คุณนั่งมา..โอโห้!! แมร่งไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่ามันดีด่ามันเป็นอิงลิชแมร่งเข้าใจนี่ถ้ากุพูดฮินดีได้นะ เราได้ด่าจนตายกันไปข้างนึงอะ... สุดท้ายก็มีแขกมาช่วยเลยรอดตัวไป - -"
นี่แหละคือ trouble of tourist in India
ดังนั้นถ้าท่านจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ ผมแนะนำว่าท่านควรจะซื้อ มอไซด์ เป็นดีที่สุด ชาวต่างชาติทุกคนที่มาที่อินเดียต่างก็ยอมเสียเงินซื้อมอไซด์ในราคาอย่างต่ำสุดก็ 7000รูปี ของมือสองแต่ท่านต้องดูเป็นนะ ไม่ใช่ว่าเอาซักแต่ว่าถูกซื้อมาปุ๊ปขับออกจากร้านไม่ถึง500เมตร ล้อหลุด ฝาน้ำมันรั่ว เบรกเจ๊ง.. (ตายสถานเดียวครับ) มือสองบางคันสภาพแมร่งยังกะขับผ่านกลางสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่สอง เบาะเบอะฉีกขาดหมด กระจกหน้าปัดแตก ยางรั่ว คัชหลุด หน้าปัดเจ๊ง(อันนี้ใครจะซื้อวะ?..) แต่ท่านสามารถให้เขาทำให้ใหม่ได้โดยจ่ายเพิ่มไปอีก 2200รูปี(กรณีของผม) ค่าโมดิฟายให้มันดูเหมืิิอนรถมือสองยิ่งขึ้น เป็นไงหัวเสหม่ะ - -" ตอนหลังทำมาซะดีเลยดีแบบอินเดียผมคงไม่ต้องสาธยายนะ - -"
แล้วผมก็ถามเขาว่า " อ่าว!!..แล้วหมวกกันน๊อกอะครับ เขาไม่แถมมาด้วยหรือ? "
เจ้าของร้านตอบว่า " อ๋อ!! หมวกกันน๊อกมีครับ คือเราขายแยกต่างหากครับ ใบละ 2000รูปี "
-*- ........
เบ็ดเสร็จตัวรถ 7500 โมดิฟาย 2200 หมวก 1800(ต่อสุดยิดแล้วครับ) น้ำมัน 150 = 10000 กว่า

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนตัวดำ มีหนวด กลิ่นตัวเหม็นๆมันเชื่อใจไม่ด๊ายย!
แต่ในเมื่อมีแมงกะไชผมก็ไม่ต้องไปเจอ ผีดูดเลือดอีกแล้วเย้~!!!!!

แล้วผมก็ยังคงต้องสู้ชีวิตต่อไป.......

edit @ 2 Oct 2009 15:53:35 by Menulizz